ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก |  ลืมรหัสผ่าน
หน้าหลัก
ประวัติวัด
ทำเนียบเจ้าอาวาส
ประวัติเจ้าอาวาส
กฏระเบียบของวัด
ประวัติหมู่บ้าน
วัดในเขตอำเภอบ้านด่าน
ประมวลภาพกิจกรรม
ธรรมะออนไลน์
นิทานธรรมะ
ภาพพุทธประวัติ
กำลังใจชีวิต
วาทศิลป์
บทแหล่
เทศนาวาไรตี้
ดาวน์โหลด
ภาพอสุภะ
ร้อยรส บทกลอน
คลิปวีดีโอทั่วไป
กระดานสนทนา
ติดต่อเรา

ออนไลน์ 4คน
ผู้ชมวันนี้703คน
ผู้ชมเมื่อวาน638คน
ผู้ชมเดือนนี้32328คน
ผู้ชมเดือนก่อน33304คน
ผู้ชมทั้งสิ้น1054573คน


   บทแหล่
พระมหาเวสสันดรชาดกทำนองโคราช

เรื่องพระเวสสันดรชาดกย่อ  ๑๓  กัณฑ์

พระมหาเวสสันดรชาดกทำนองโคราช

กัณฑ์ที่  ๑ ทสพร ๑๙ พระคาถา

              ผุสฺสตี   วรวณฺณาเภติ    อิทํ  สตฺถา  กปิลวตฺถุ  อุปนิสฺสาย   นิโคฺร   ธาราเม วิหรนฺโต  โปกฺขรวสฺสํ    อารพฺภ  กเถสิติ.

            พระธรรมเทศนา องค์พระศาสดาทรงแสดงในนิโครธารามพุทธาวาส โปรดศากยราชพระประยูรวงศ์ อารพฺภ ทรงปรารภซึ่งฝนโบกขรพรรษเป็นอุบัติเหตุ กเถสิ จึงตรัสเทศนาเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก ยกเรื่องขึ้นมา ผุสฺสตี วรวณฺณา เป็นอทิ กล่าวถึงพระนางผุสดี เป็นพระราชธิดาของพระเจ้าพันธุมราช แห่งนครพันธุมดี ชาวเมืองรอบเขตได้ส่งเครื่องบรรณาการมาผูกสัมพันธไมตรี เช่น แก่นจันทร์แดง และสุวรรณมาลี พระองค์จึงให้พระธิดาทั้งสอง พระราชธิดาจึงนำไปถวายบูชาพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนางผู้พี่ตั้งความปรารถนาว่าต่อไปภายหน้า ขอให้ได้เป็นพระมารดาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ต่อมาพระนางได้เวียนว่ายตายเกิด และได้ไปเกิดเป็นพระมเหสีของพระอินทราธิราช นามว่าผุสดีเสวยทิพยสมบัติอยู่บนสรวงสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์นานประมาณพันปีทิพย์ จะหมดบุญนิราศร้างจากทิพยสถาน พระนางผุสดี จึงขอพรสิบประการจากท้าวมัฆวานเทวาธิราช

1.      ขอให้ได้ไปเกิดในปราสาทสีวิราชอันทรงศักดิ์

2.      ขอให้ดวงเนตรงาม ดำสนิท

3.      ขอให้คิ้วโค้งงามดำสวย

4.      ขอให้ได้นามว่าผุสดี เหมือนเดิม

            5.  ขอให้ได้พระโอรส ยิ่งใหญ่ จิตใจบริสุทธิ์

            6.  เมื่อทรงครรภ์ ขออย่าให้ครรภ์นูนเหมือนสตรีอื่น

            7.  ขออย่าให้ถันหย่อนยาน เต่งตั้งดังดอกบัวตูม

            8.  ขออย่าให้ผมหงอก จงดกดำตลอดกาล

            9.  ขอให้มีผิวละเอียดไม่หย่อนยาน

           10. ขอให้ได้ปล่อยนักโทษที่ถูกจองจำพันธนา

               สกฺโกเทวราชา   สมเด็จท้าวมัฆวานจึงประทานทสพร พระนางผุสดี จึงน้อมเกศารับเอาพระพรชัย ถวายบังคมลาองค์อินทราธิราช เคลื่อนคลาดจากสรวงสวรรค์ ลงมาถือกำเนิดในปราสาทแห่งมัททราชนคร อย่างสุขเกษม ในกาลบัดนั้น

ทสวรวณฺณา นิฏฺฐิตา  ประดับด้วยพระคาถา ๑๙ คาถา

มหาเวสสันดรชาดก

                                      กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์ ๑๓๔ พระคาถา

อิติ สา วเร คเหตฺวา ตโต จุตา   มทฺทรญฺโญ อคฺคมเหสิยา   กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตีติ.

สา ผุสฺสตี ส่วนสมเด็จพระนางผุสดี ศรีสุนทรเลิศลักษณา ได้มาเกิดในตระกูลเกศกษัตริย์มัททราช ผิวพรรณผ่องสะอาด ฉวีวรรณพระองค์ประดุจหนึ่งทรงลูบด้วยแก่นจันทร์ เมื่อพระชนม์นั้นได้สิบหกพรรษา ก็ได้เป็นองค์เอกอัครมเหสีของสมเด็จพระเจ้ากรุงสญชัย ทรงพระครรภ์กำหนดทสมาสเสด็จพระภาสพระราชอุทยาน จึงประสูติพระราชโอรสนามปรากฎว่า เวสสันดร บริจาคทานแต่วันประสูติ เมื่อเจริญวัยใหญ่มาได้อภิเษกพระนางมัทรีมาเป็นอัครมเหสี ต่อมามีพระราชโอรสทรงพระนามว่าพระชาลี มีพระราชธิดานามว่าพระนางกัณหา พระเวสสันดรได้นำพระนางมัทรี ชาลี-กัณหา ขี่กุญชรปัจจยนาเคนทร์คู่บารมี บริจาคทานตามโรงทานมิได้ขาดกล่าวถึงชาวเมืองกลิงคราฐเกิดความแห้งแล้งมานาน ประมาณเจ็ดปีเจ็ดเดือนเจ็ดวัน ประชาชนเดือดร้อนป่วนปั่นหาทางแก้ไขไม่ได้ พระราชาจึงแต่งตั้งพราหมณ์แปดคนเดินทางไปขอกุญชรปัจจยนาเคนทร์เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์ของประชาชนชาวเมือง พรารหมณ์เหล่านั้นเดินทางรอนแรมมาถึจึงมารออยู่โรงทานสุดท้าย เมื่อพระเวสสันดรมาถึงถามและทราบความประสงค์ของพราหมณ์และชาวเมือง จึงยินดียกช้างให้ด้วยการหลั่งทักษิโนทกตกลงเหนือมือพราหมณ์ พราหมณ์ก็นำช้างไปสู่บ้านเมืองของตน ฝ่ายพสกสิกรประชาชนชาวนครสีพีเกิดความไม่พอใจ เมื่อทราบว่าพระเวสสันดรบริจาคคชสารเป็นทานไป จึงพากันหลั่งไหลเข้าไปกราบทูลพระกรุงสญชัย ให้ประหัดประหารพระเวสสันดรเสีย พระเจ้ากรุงสญชัยจึงแก้ไขด้วยการเนรเทศให้นิราศจากเขตกรุงแก้ว ให้นายนักการได้นำสารไปกราบทูลพระเวสสันดร พระเวสสันดรทราบขอโอกาสทำสัตตดกมหาทานสักสองราตรี พอให้เราบำเพ็ญทานบารมีให้อิ่มเอมเต็มศรัทธา จึงจะไปทูลลากระหม่อมแก้วแล้วออกจากพระนคร นายนักการนำความไปกราบทูลพระเจ้ากรุงสญชัยให้ทราบความดังที่ได้ชี้แจงมา

            หิมฺวนฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตาประดับด้วยพระคาถา ๑๓๔ พระคาถา

 

 

 

 

พระมหาเวสสันดรชาดก

กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์ ๒๐๙ พระคาถา

         ผุสฺสตีปิโข เทวีปุสฺตสฺส เม กฎกสาสนํ อาคตํ กินฺนุโข กโรติ อหํ คนฺตฺวา

 สามีตีติ.

ผุสฺสตีปิ โข เทวี ปางเมื่อสมเด็จพระผุสสดีศรีสุนทราราชมารดา  เมื่อทรงทราบว่าพระราชโอรสถูกเนรเทศ จึงไปกราบทูลขอยกโทษจากพระราชสามี มิได้รับการยกโทษให้ พระนางเธอเศร้าโศกเสียพระทัย จึงไปปลอบพระนางมัทรีชาลีกัณหาบริจาคทานจนอิ่มหนำสำราญครบสองราตรี จึงไปกราบทูลลาพระอัยกาอัยกีพระเจ้ากรุงสญชัยจะตรัสห้ามมัทรีชาลีกัณหาไม่ให้ไปกับพระเวสสันดร พระนางมัทรีจึงกล่าวกับพระเจ้ากรุงสญชัยว่า

            (ขึ้น) ว่าพระพุทธเจ้าข้าฝ่าพระบาท ตรัสห้ามเกล้ากระหม่อมฉันมัทรีก็เพราะทรงพระปรานีเป็นที่ยิ่ง พระคุณเอ่ยเห็นว่าลูกนี้เป็นหญิงย่อมทรงพระอาลัย แต่ว่าลูกจะไม่ไปก็ใช่ที่ ด้วยพระราชสามีสิตกไร้ใครเขาไม่อินัง ลูกจะนอนลอยนวลอยู่ในวังไม่วังไม่บังควร ประชาชนมันจะชวนกันสรวลแซ่ มัทรีไม่รู้ที่จะแลดูหน้าใครให้เต็มเนตร จะสู้ทนเทวษไปในราวผ่า มุญฺชปพฺพชํอรุสา ลูกจะเอาหัตถ์และพาหาต่างพร้ามีด กรีดทางฟันแฝกคาในป่าหิมวาตมิให้ระคายเคืองเบื้องบาทพระเจ้าผัว อยู่เล่าก็กลัวตัวจะเป็หม้าย พระคุณเอ่ย เป็นหญิงนี้ยากที่จะไว้จะวางตัว ครั้นจะทำขมุกขมัวมอมแมม ชายเห็นจะเยื้อนแย้มบริภาษให้บาดจิต ครั้นจะบำรุงรูปดัดจริตให้ดีดดิ้น จะผัดนห้าทาขมิ้นสิ้นราคี คำคนมันจะเสียดสีชวนกันค่อนว่าเล่นต่างๆตนชั้นแต่ว่าผมเหม็นสาบจะเสยสางใส่น้ำมันกันเก็บไรให้สระสวยก็สาระวอน จะทาแป้งหอมเมื่อยามร้อนก็ค่อนว่า บำรุงรูปกิริยาเที่ยวหาผัว ครั้นเหลือบแลมันก็จะว่าเล่นตัวและเล่นตา ครั้นเดินเฉยไม่เงยหน้ามันจะนินทาว่าทำปั้นปึ่งพระคุณเอ่ยลูกๆคิดถึงตัวแล้วก็ยิ่งเศร้าเสียน้ำใจ ด้วยถ้อยคำคนจะค่อนแคะไค้พิไรว่า ให้เสวยความเวทนาน่าใจหาย วิธวาชาตา พระคุณเอ่ย อันหญิงหม้ายชายทิ้งขว้างร้างไว้ให้เอกา น่าอดสูในย่อมมีอาลัยในรสรักกำเริบร้อน อกใจมันให้ค่อนๆจะนั่งจะนอนก็ไม่หสนิท จะกลืนข้างดังยาพิษติดคออยู่ขื่นขม ทั้งรักทั้งแค้นก็กลืนกลม หน้าชื่นอกตรมไม่ผ่องแผ้ว พระพุทธเจ้าข้า มีผัวเหมือนหนึ่ฉัตรแก้วอันกั้นเกศ งามหน้างามเนตรทุกเวลาพระคุณเอ่ย เป็นหม้ายชายหย่าแรกรุ่นจำเจริญไม่มีสบาย  ดังเพรชรัตน์ร้าวสลายเป็นไฝฝ้า  วีกีนิตฺวา   ก็ย่อมเยาเบาราคา  ไม่ขายได้ผู้ที่จะถือซื้อใส่ก็อายหน้าเหมือนหญิงหม้ายชายหย่าสิ้นอาลัยพระคุณเอ่ย ครั้นจะรีบร้อนมีใหม่ก็ใช่ที่ ถ้าบุญตัวได้ผัวดีที่มีทรัพย์ คนมันก็จะนับถือจะเลื่องลือระบือทั่ว ปะผัวใหม่ชายชั่วสิซ้ำร้าย จะเข้าชื่อซื้อขายยับระยำ เพื่อนบ้านเขาก็จะพลอยกันซ้ำ  นับวันก็จะระกำตรม  ใจตรอมจะชวนหย่ามันก็ไม่ยอม   ครั้นจะประนีประนอมก็เครื่องจะเปลืองตัวเป็นสตรีจะหาผัวที่ดีนี้แสนยาก พระคุณเอ่ย เมื่อยามรักเขาก็ว่าไม่จากจนตัวตาย หญิงหลงด้วยลมชายเพราะหวานชิดสนิทนัก สู้บำเรอรักบำรุงผัวจนตัวยาก ครั้นสิ้นทรัพย์อัปภาคเขาก็ไม่ยอมอินังนำพา พาลพาโลโกรแล้วด่าตีเป็นสตรีก็จนจิต ตั้งแต่ว่าจะบีบน้ำตาคิดไม่วายเว้น พระคุณเอ่ย เหล้า กระหม่อมฉันได้สดับอยู่เนืองๆ ครั้นจะมีผัวก็เครื่องจะเคืองใจ ครั้นจะอยู่เป็นหม้ายก็ตรอมจิต เป็นไม่รู้แห่งที่จะคิดปรองดอง เป็นสตรีมีผัวสองไม่ผ่องแผ้วเป็นราคีต่อคนที่ชั่วมันจึงว่าดีไม่บัดสีใจ ผิดชอบคงหาได้ทำไมกับผัวแต่งตัวไว้ให้สวยรวยระรื่น ขัดขมิ้นไว้ให้เป็นพื้นแป้งผัดหน้า กระแจะจันทร์น้ำมันทาไม่ขาดสาย ร้อนใจอะไรกะชายจะตอมตาม บำรุงรูปไว้ให้งามก็จะต้องตาพระพุทธเจ้า หญิองอย่างนี้มัทรีไม่เอาเป็นแบบฉบับ ถึงจะตกระกำระยำยับอัปภภาค มไให้ผัวตัวจากแล้วพระทูลกระหม่อม มัทรีนี้จะสู้ถนอมยอมตายกับฝ่าพระบาท จะพิทักษ์ไทยธิราชทุกเย็นเช้า จะหาผัวที่ไหนได้ดังพระทูลเกล้า ตายแล้วเกิดเล่าสักร้อยชาติ จะเหมือนพระเวสสันดรจอมปราชญ์นี้ยากนักตั้งแต่เกล้ากระหม่อมมาเป็นจอมบริรักษ์ภักดี คำนิดหนึ่งก็มิได้ว่ามัทรีให้อัปยศสู้ออมอดโอบอ้อม ควรแลหรือทูลกระหม่อมจะให้ลูกยอมอยู่ในวังไม่สังเวช จะให้ละพระปื่นปกเกศของลูกไปในกลางป่าคือใครจะปฏิบัติรักษาก็หามิได้ จะให้ลูกนี้อยู่ในเวียงวังชัยไอศวรรย์ พระองค์จงฟาดฟันให้เป็นผี นั่นแลเห็ฯว่ามัทรีจะไม่ได้ไปตามผัว จะจองจำทรกรรมตัวก็คงจะหลบลี้ ขอพระบรามีทูลกระหม่อมจอมพิภพเวียงชัย เป็นกลดกลั้นกันภัยในกลางป่า ผัวเมียจะก้มหน้ากราบถวายบังคมลาพากันไป อย่างทรนงเป็นห่วงหน่วงหนักพระทัยถึงลูกเลย โอ้พระทูลเกล้าเจ้าประคุณของลูกเอ่ย มัทรีนี้จะนานเห็นพระลูกเจ้าจะตาหรือจะเป็นไม่รู้ที่ ขอพระมิ่งโมลีจงอวยชัยจงประสาท พระพรให้แก่ข้ามัทรี แต่ในกาลครั้งเดียวนี้เถิด

          พระเจ้ากรุงสญชัยพระนางผุสสดีห้ามไม่ได้ สี่กษัตริย์จึงกราบทูลลาขึ้นสู่ราชรถเวียนรอบตำหนักถึงสามรอบ ออกนอกพระราชวังโปรยแก้วแหวนเงินทองที่ใส่มาในราชรถ ให้ยาจกตามท้องถนน พราหมณ์เข็ญใจวิ่งตามไปขอม้า ขอรถก็ให้หมดทุกประการ พระเวสสันดรอุ้มพระชาลี พระนางมัทรีอุ้มกัณหา เสด็จด้วยฝ่าพระบาทบุกป่าฝ่าดงมุ่งหน้าเป็นลำดับไป

ทานกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ

 

                                          พระมหาเวสสันดรชาดก

                                 กัณฑ์ที่ ๔ วนปเวสน์ ๕๗ พระคาถา

เต ปฏิปเถ   อาคจฺฉนฺเต  มนุสฺเส ทิสฺวา กุหึ  วงฺกฏปพฺพโตติ  ปุจฺฉนฺติ  มนุสฺสา

ทูเรติ วทนฺตีติ.

          สี่กษัตริย์ได้เสด็จดำเนิน บุกป่าฝ่าเขาไปด้วยความยากลำบากในทางกันดารสิ้นสามสิบโยชน์ เหลืออีกสิบโยชน์จะถึงเมืองเจตราฐ เทพยเจ้าเหล่าเทวาเล็งเห็นความลำบากของสี่กษัตริย์ จึงย่อย่นหนทางให้ถึงศาลานอกเมืองเจตราฐ ในเวลาพลบค่ำ พระราชาเจตราฐทราบจึงออกมาเชื้อเชิญ ให้เข้าไปพักในพระนครพระเวสสันดรก็ไม่ไป แม้จะแบ่งพระนครให้แกครองครึ่งหนึ่งก็ไม่ยินดี พระเวสสันดรบอกว่าจะไปบำเพ็ญพรตที่วงกฎรี จึงทำการปฏิสันถารอยู่ที่ศาลานอกเมือง แล้วพักผ่อนพอรุ่งสางสว่างขึ้นมา พระราชาเจตราฐจึงนำราชบริภารเสด็จไปส่งใกล้ถึงเขาวงกฎ ได้แต่งตั้งนายเจตบุรให้รักษาด้านแดนไพร ใครผ่านมาเพื่อจะเบียดเบียนพระเวสสันดร ให้ประหารหรือลงโทษได้ทันที และพระเจ้าเมืองเจตราฐเสด็จกลับพร้อมด้วยราชบริภาร พระเวสสันดรพระนางมัทรีชาลีกัณหาเสด็จถึงเขาวงกฎ ยังบหาที่พักไม่ได้ ท้าวมรรควารจึงสั่งให้วิษณุกรรมเทวบุตร ลงไปเนรมิตพระศาลาขึ้นสองหลังพร้อมเครื่องย้อมฝาดและขอคานกระเช้า พระเวสสันดรเข้าไปได้อธิษฐานเพศเป็นดาบส พระนางมัทรีอธิษฐานเพศเป็นดาบสินี ชาลีกัณหาก็เป็นดาบสดาบสินีน้อย พระเวสสันดรพระนามมัทรีให้คำมั่นสัญญากันว่า จะไม่ไปมาหาสู่กันฉันฆราวาสในเวลาวิกาล พระนางมัทรีก็รับอาสาหาผลไม้มาปฏิบัติ และกษัตริย์ทั้งสี่ก็มีความสุขเกษมสำราญด้วยเนกขัมบารมี อยู่ที่เขาวงกฎแห่งนั้นแล

 

                                    พระมหาเวสสันดรชาดก

                                       กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก

ตทา กลิงฺครฏฺเฐ ทุนฺนวิฏฺฐ พฺราหฺมณ คามวาสี ชูชโกนาม พฺราหฺมณ ภิกฺขาจริ

ยาย มหาปณสตํ    ลภิตฺวา  เอกสฺมึตีติ.

             บัดนี้จะกล่าวถึงพราหมณ์ชูชก เกิดจากตระกูลคนยากเที่ยวเอ่ยปากอทาน อยู่ยังบ้านทุนวิฐ์ติดเมืองกลิงคราฐ เกิดมาพ่อแม่ก็ล้มหายตายจาก อาศัยเลี้ยงชีวิตด้วยการขอทาน ขอแต่เล็กจนเป็นหนุ่ม ขอจากหนุ่มจนเฒ่าชรา จะกล่าวเรื่องการขอของพราหมณ์ชูชกต่อไป

แหล่ชูชก ทำนองโคราช

            จะว่าเรื่องชูชก  หยิบยกชัดๆ  อยู่เมืองกลิงคราฐ อันปร่ำปรา ฯ     ออกจากบ้านทุนวิททิฐเข้าสู่ประเทศไทย   ไม่ป่วยเล็บเจ็บไข้แกเที่ยวขอภิกขาขอในเมืองโคราชเที่ยวจนรอบพาราขอทุกวัดทุกวา  ไปทุกวี่ทุกวัน ฯ

           เที่ยวบุกแดดหน้าดำ     จนเขาจำหน้าได้ไม่ว่าไปที่ไหนเป็นต้องขอที่นั่น  ไปขอเนื้อกับโยมแจ่ม  แล้วขอแหนมโยมจันทร์ ไปขอหมากโยมพัน            มาขอพลูโยมพูน ฯ

ไปขอหม้อโยมขาว      มาขอข้าวโยมขำไปขอขิงโยมคำแล้วขอข่าโยมขุน ไปขอครกโยมมากมาขอสากโยมมูล ขอกระปิโยมปุ่นขอน้ำปลาโยมแปว ฯ

           ไปขอเสื่อโยมสิน  แล้วขอสิ่นโยมสอน  ขอกางเกงโยมก้อน   มาขอเกือกโยมแก้วไปขอหมวกโยมมา    ไปขอผ้าขอม้าโยมแมว    ขอลูกอมโยมแอ๋ว  มาใส่โอโยมอินทร์ ฯ     ขอเสียมโยมชิต    ขอมีดโยมชังไปขอชามโยมช้าง   มาขอช้อนโยมฉิน

ไปขอสาภโยมน้อย      มาขอก้อยโยมนิลไปขอปลาร้าจ่อมโยมจีน      มาใส่จานโยมจอย ฯ

ไปขอถาดโยมแถว   ขอแก้วโยมแถม   ขอใบตองโยมแหยม  มาขอยาโยมย้อย

ไปขอฟืนโยมไพ  มาขอไฟโยมพลอย  ขอปลาโยมปอย  แล้วขอปืนโยมปี ฯ  

 แต่เที่ยวขอได้มา   เขาจำหน้าได้มาก   แกก็ย้ายสำนักออกไปจากที่นี่ 

 ออกจากเมืองโคราช   เข้าตลาดครบุรี  เขาจำได้แล้วก็หนีไปอำเภอสูงเนิน ฯ

 ด่านขุนทดโนนไทย  บัวใหญ่โนนท่ง   บ้านขามอำเภอคง ห้วยแถลงเลอะเลิน 

แถวสีคิ้วสูงเนิน แกก็ไปเนืองๆ ฯ  ปักธงชัยนางรอง   ปากช่องจักราช

โชคชัยลำปลายมาศ  ไปจนสุดปลายเหมือง  เข้าชุมพวงพิมาย  ย้อนไปอำเภอเมือง

แถวภูเขียวภูเวียง   แกไปแวะอยู่หลายๆวัน   ไปขอขันยายขาว    ที่ตำบลคูขาด 

แล้วไปขอเข็มขัด  ที่อำเภอขุขันท์    ไปขอร่ม่ยายหริ่ง  ที่อำเภออรัญ ฯ

ไปขอจอบยายจันทร์    คนอำเภอปราจีน ฯ

          ไปขอไหยายชอม  อำเภอจอมปราสาท  มาใส่ประจ่อมยายชาด 

 คนอำเภอกาฬสิน ฯ   ขอกระบุงที่พระตะบอง   มาใส่ของที่กระบิน  

 ขอสุราที่สุรินทร์    มานอนแรมบุรีรัมย์ ฯ    ตาชูชกเลยเมา     ดื่มเหล้ามากมาย    พวกมิรสหาย    ช่วยกันแห่กันหาม   ร่างกายก็แก่       แล้วยังแส่หากรรม เชล้มขะมำ    แทบจะม้วยมรณ์ ฯ  

            พอส่างเมาก็เที่ยว   ขอทานทั่วประเทศ  ก่อนที่จะมีเหตุ   ให้หุนหวยสังหรณ์    จะจากถิ่นเมืองไทย   จิใจอาทรณ์  เกรงผู้ร้ายจะมารอน     ให้มีเรื่องมีราว ฯ   เงินทองมีมาก         นึกกลัวหมู่ไอ้โม่ง

มันเอาปืนยิงโป้ง

วันที่ : 24 พ.ย. 2554,12:05   เข้าชม 1202 ครั้ง
โพสโดย : rueng

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ เฉพาะไฟล์ .jpg หรือ .gif เท่านั้น ขนาดไฟล์ควรไม่เกิน 200 kb.
Emotion ใช้เมาส์ลากที่รูป Emotion ใส่ในช่องข้อความ


เฉพาะสมาชิกเท่านั้น !

Copyright @ 2011 วัดบ้านตะโคง
ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
โทรศัพท์ 089-4849570 e-mail : ru-e@windowslive .com