ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก |  ลืมรหัสผ่าน
หน้าหลัก
ประวัติวัด
ทำเนียบเจ้าอาวาส
ประวัติเจ้าอาวาส
กฏระเบียบของวัด
ประวัติหมู่บ้าน
วัดในเขตอำเภอบ้านด่าน
ประมวลภาพกิจกรรม
ธรรมะออนไลน์
นิทานธรรมะ
ภาพพุทธประวัติ
กำลังใจชีวิต
วาทศิลป์
บทแหล่
เทศนาวาไรตี้
ดาวน์โหลด
ภาพอสุภะ
ร้อยรส บทกลอน
คลิปวีดีโอทั่วไป
กระดานสนทนา
ติดต่อเรา

ออนไลน์ 7คน
ผู้ชมวันนี้266คน
ผู้ชมเมื่อวานคน
ผู้ชมเดือนนี้266คน
ผู้ชมเดือนก่อน32457คน
ผู้ชมทั้งสิ้น1054968คน


   บทแหล่
แหล่มหาชาติ

(ปุโลหิต)     ว่าคือมีเรื่องเรียนร้อง อยากกล่าวสนอง  พระโอตรเกี่ยว พระราชโอรส ดอกน่า  พระองค์เอยว่าของพระองค์ เอง 

มาใส่เรือออกหนีท่าเหมือนไถ่นาออกหนีทุ้งไม่เคร่งครัด ราชกิจให้พาอิดพาอ่อน พระองค์ท่านอย่าพานแต่โกรธ  องค์โอรสไม่เหมือนตะกี้ มาทำผิดประเพณีของโบราณการแต่ก่อน  โบราณการแต่ก่อน  ไม่กล่าววอนพูดแต่เกินกระหม่อมไม่ทูตทำแต่เขินน่า 

แต่เก้อ, เห็นราษฏรเขาไม่ดากระหม่อมจะว่า  ก็ไม่ได้จะเสียชื่อกรุงสนชัย  พระเวสันดรทรงทำไม่ดี  ทรงชี้แนะดีหน่อยหรือเห็นลูกน้อย  พระองค์ดีหนี  ไม่แก้ไม่ไข่ต่อไปข้างหน้าระวัง  ไห้ดีเน้อ  (คือมีเรื่องกราบทูล)

(พระบิดา)     โอ..ไม่งายแหล่  เออไม่งายแลนทหารมาพูดเล่นๆ ดอกน่างามเอย  มันไม่มักง่ายเลย  ผมเหวกง่ายหวี  ลูกมันทำไม่ดีอย่างไงเหวย  มันทำ  มันทำ  ทำผิดจิตโบราณมันผิดกันอย่างไงเหล่า  พูดให้ด่วนให้คือ  พูดให้ควรให้คือ  อาศัยอือ  อาศัยอึง ไม่รู้ข้อ  พอมาถึงก็ใส่เอาใส่เอาเอาใส่เอาใส่ผิดใสอำ  เหมือนเขาทดน้ำ อาศัยอือ,ไม่รู้จักเหล่าไม่จักบอก เหมือนน้ำไหลออกมาจากบัว  หรือว่าไม่กลัวมีหัว ว่าจะพลุด  หลุดจากบ่า เขาหยิบหนวมดีเหน่า

ก็ลองกล่าวให้ดีหน่าเรื่องนิดหน่อยค่อยๆแน๊บแหนบระวังให้ดีเน้อ                                            

(ปุโลหิต)     คือกระหม่อนทูตคำก็ยังไม่ทันให้ขาด พระองค์ก็อย่าพึ่งให้ขัดดอกน่า  พระองค์น่าเอย  เดี๋ยวนี้ให้เคือง  สาเหตุก็ของคู่มูลคู่มัง ก็คือว่า  ช้างคู่บ้านคู่เมืองมีพราหมณ์จันทานว่ามันมาขอ  ทำไมหนอยังให้เขาจะเอาสำลีต่างด้าย  เอาแสงใต้ต่างเดือน ช้างแก้วแพววิเชียร  ยังทานได้ให้ต่างดาวได้ต่างดาว  แต่ละคนก็ต่างก้าว  ต่างเดิน  เป็นช้างที่เลิศครบโฉลก  ไม่น่ายกให้เขาไปเลย  ทรงทานให้มันไปเฉย ๆ เชาขึ้นหลังเอาไปแล้ว  กระหม่อมเห็นร่าง  ก็ช่างกายมาทานได้  ทั่งช้างแก้วเหมือนทบ  หม้อข้าวที่เราเคยกินมันน่าชังเกิน..

(พระบิด)               โอแกงเคยชิม  ดอกน่า ทานช้อน  รู้ว่าเวชสันดรดอกน่างามเอย  ดอกเน้อทานช้าง  เชิงตกกะม่าสันละล่าง  ละหลังอารมณ์ท่านชุนดอกเน้อท่านเชียว  เชิงเดือดดานเต็มประดา  เชิงเดือดดานเต็มประดา  ทำหน้าประดักประเดิด  เรื่องจะเกิดมันต้องเกิด ต้องคุยกับดรสักประเดี๋ยว  ดรสักประเดี๋ยว  ซุนเชียวเต็มประดัง  เหมือนเขมรเรียกละมัง  ยังประอาเด้ย  เชิงขะไข่ก็ไม่ไข่ ตัดไม่ได้ไข่ไม่ขาด  ลูกระยำ  ทำอุบาต  จะคุมฆ่าก็ดูไม่ขือ  เลยกู้ก้องร้องถาม ทหารจะให้เราทำอย่างไรหึ  จะให้ประหาร  ฟันแทงกับหอกลองบอกเป็นไรเห้ย

(ปุโลหิต)               คือกระหม่อมจะบังอาจ กล่าวขัดพระองค์ไอ่ ถึงอย่างไงก็เห็นใจหนอหนาพระองค์เอย ดอกนี้พระองค์เอง เวสสันดรทำไม่ดี  ประชาชี  เขาเพ็งเล็ง  ต้องเนรเทศ  พระเวส

ออกสมควรอยู่ดอกพระองค์เอย  ว่าไม่ได้ล้อไม่ได้ลวง  ดักหลวงยังได้หลุด  มีอะไรก็ให้เขาหมด  จะเลี้ยงไว้ไม่ได้เลย  ไว้ไม่ได้เลย  เสือยังเคยได้ลาย  เหมือนอย่างเขาฟังไม้ไผ่  ยังได้ลำ  ชอบทานเข่าปนทานเขาปี้จะไล่หนีให้เข่าป่า  จงเนรเทศ  พระเวชบุตตราจะไปไหนก็ให้เขาไป  คืนอยู่พาราก็กาลีจะตายเป็นผีก็ให้ไปตายความผิดติดตัวไปไหนไม่ต้องให้คนไปตาม

(พระบิดา)             โอพระกาดน้อยดอกเน้ออยู่นานเว้ย  ทหาร  ทหาร  เอย  ใครละนั่งอยู่นั้น  จงรีบไปด่วนดอกเน้อไปพลัน  แจงเหตุไปบอกเวชสันดร  อย่ามัวแต่หลับนอน หรืออยู่ไหน  ไม่ทำไปทำมา  ไม่ทำไปทำนาเหมือนวิวปลาทำเมืองให้ลีกหลี้  หนีเมือง  จะหน้ามึนให้อยู่ทำไม  มึนอยู่ทำไมทำไปทำมา  อย่านั่งหน้าตา  ทำเม้อ  ให้ทหารถือสารด่า  แล้วว่าสารใดพวกชาวเมืองเขา เคืองหลาย  ต้องดันสันดาน  เจ้าเวชสันดร  อย่าให้อยู่น่า น่ะเมืองนี้จงรีบหนีจากเมืองนอนอย่าให้พบหน้าปะอีกเน้อให้ ร้อนเมืองเน้อ

(ทหาร)        โอ….องค์ทัมละเน้อ  องค์ทม  เก็บดอกลันทมเอย  ให้พระองค์ทัด  ข้าแต่ผ่าละอองธุละพระบาท  กระผมมีเรื่องวุ้นมาทราบทูล  พระองค์ท่าน  ไม่ไว้สันไว้ชื่อไว้ชื่อไว้เสียง  ว่าแล้วนักการเมืองก็มอบกาย  ถวายสาร กายถวายสาร  ไว้วันไว้ชุนมิใช่ว่าถวายมึน  ถวายเซ้อ,  ไม่เจ้าแก่เจ้าไข่  เพื่อไม่ให้เจ้าเคือง  เป็นสารมาจากในเมือง  ถวายบังคมพระเจ้าข้า  ถวายสารด้วยมือทั้ง  สอง  ไม้กล้าจะมองดูหน้า  เนื้อความมีอยู่ที่ไหนนั้น  ทรงอ่านดูเน้อ

                                                          (ผู้บรรยาย   พูด)

(พระเวชสันดร)    เราอ่านดูนั้นก็ทราบ  ดอกเรื่องในสาร  เราไม่ให้นายซ่านดอกน่างามเอยนายเซ็ง  ไม่พอเข้าพอออก  ให้รีบไปบอกพ่อเอ็งว่าเราจะปฏิบัติไม่ขัดสักอย่าง  ดอกคำสั่งอยู่ในสาร  ไม่ทำถอยทำท้อถึงว่าพ่อจะทำโทษกับพี่ทุเรศชาภิโรธกรเชนทร์

โทธนาธรรมทาน  เรานั้นไม่ทำท่าเหมือนว่าเขาสร้างมาน่า

 ทำแถว  สงสารยาจกเข็ญใจ  ถ้าเราไปไม่ได้สั่งจะเข้าตำราเขาว่าให้ฟัง  ผมตัดสั้นจะไม่ได้เสย  ขออยู่  สองวัน  แล้วฉันจะไปไม่ขัด  หัวใจของพ่อเลย  พอได้สั่งลาเมียกับลูก  เท่านั้นก็พอแล้ว

                                                          (ผู้บรรยาย   พูด)

(พระเวชสันดร)    ว่ามัดเอย น้องมัทรี เดี๋ยวนี้ทรัพย์น้องมี  ดอกน่ามัทรีเอย….เท่าไรนาง  เงินทองที่พี่ให้  เหลือบ้างไหม   แม่งามกระจ่างตลอดทั้งตระกูลของเจ้ามัทรีมีอยู่เท่าไรน้อง  จะเป็นไหน  ก็เป็นเถิดเอ็งก็เกิดมาเป็นไทย   จงห่อไปผังดินไว้ สะเนื้อทีแม่สีเป็นทอง  สีเป็นทอง  เป็นไทยเป็นทาส  พูโกันไม่เป็นทะน่า

เป็นเทย,  หอมแก่ ยังได้กู้จะได้อยู่  ได้กินหนอทรัพย์ของนางไปฝังดินสะเงินเก่าจะได้เกิด  ไปฝังดินไว้ที่หลับไม่มีทรัพย์  อันใดเลิศตั้งใจขุดหลุดแล้วจุมลง  นางอย่าเสียดายเลย

(มัทรี)             ก็ข้าวของพระองค์มอบ ประทานให้นับได้ก็คงหลายดอกหนาพระเวชเอยพระพี่เอยละเน้อสิบหา..ถ้าจะรวมทั้งของน้องก็กายกองเอาสำคัญถ้าจะฝังหลุดนั้นก็คงได้ประมาณ  สามสิบหลุม  พวกนักเลงเล่นไผ่เขาก็ยังข่นไผ่  จะให้นางฝังทำไมละหน้ามลคนภูมิ  มลคนภูมิ  คำพูดของพระพี่ น้องไม่มีคนเปิดคนเผย  มาเผยออกบอกกับนาง  จะให้ฝังไว้กับไหนจะต้องฝังไปทำไมแปลกแน่แต่กะน้อง  เขาดักหลวง  เข้าใจลด  หรือพี่แกล้งทดหัวใจลอง  ได้ฟังวจีพี่มากล่าว  ไม่เข้าใจเลย

(พระเวชสันดร)    น้องอย่าได้ถามเบน..ดอกเน้อถามเบี่ยง  เดี๋ยวตะวันจะทำเที่ยง ดอกนามัทรีเอยทำบ่าย  เงินทองของเจ้าที่น้องเล่าว่ามีหลายจงเลือกขัดจัดแจงเอามาแบ่งทำบุญ  จงฝังทรัพย์กับผู้มีศีล  เขาดีดผิณมีสายจะได้เป็นทรัพย์ภายใน  ไม่มีเสื่อมมีศูนย์  มีสัตว์มีซื่อ  พูดกันไม่มีถือ  มีเอสา  จะตกน้ำก็ไม่ไหล  ตกไฟก็ไม่ไหม้  เอามากองไว้นอกกายประมาณนะมันไม่เหมาะ  เขาเปรียบเอาไว้คลายพลางหลุม  แม่ดอกประทุม  ที่งามเหมาะ  เกิดชาติใหม่จะได้ติดมือแม่คนงามมา

(มัทรี)            ก็ข้าวหลิบเม็ดเล็ก  ที่เขากองลง  ดอกน่าพระองค์เอยละเน้ออยู่นาน  ไอ้เรื่องทำบุญละเด้อ  ทำทาน  จะขอบอกพ่องามขำ  มัทรี  ก็ทำหนออยู่แล้ว  น้องหุงข้างใส่บาตรไม่ได้ขาดได้เกิน  กุศลเกิดเพลิดเพลิน  ชั่งสุขใจปานได้แก้ว  ใจปานได้แก้ว  ทำมา  หากิน  เอ็งก็หวังได้ต้ม  ได้แกง  พระพี่ทำน้องก็ทำ  ถ้าพี่ถามน้องก็ไถ่  จะเอาอะไรไปได้  เดี่ยวเองก็แก่ก็เฒ่า  ว่าเพลงโคราชเข้าใจร้องหรือพี่จะลองดูใจเรา หรือพี่มีเรื่องให้ใจร้อน เนียงถอนใจแรง..

(พระเวชสันดร)    เมื่อพูดกันสามารถ  ตลอดเรื่องภรรยา  ดอกนามัทรีเอย และสามี ตลอดทั้งกัณหาและเน้อชาลีให้มันเลี้ยงมันดู  นะโฉมตรูแม่สายสมร  ทั้งนาศีลนาธรรมให้ทำตามหน้าที่ ทั้งแม่พ่อของพี่อย่าให้ท่านทุกข์อุนาธรณ์  ท่านทุกข์  อุนาธรณ์  คนจรอนาถา  แล้วอย่าทำหน้าทะน่า  หน้าเทย,ถ้ามี  กษัตริย์เมืองไหน  เขาชอบใจในตัวน้อง  อยากร่วมแทนวิมารทอง  เป็นตัวแหล่เป็นตัวหนิง  พี่บุญน้อยไม่ค่อยได้อยู่อุ้มชู  มัทรีเอง  ใครเขาอยากได้ก็ให้รีบเอานะเจ้ามัทรีเอย

(มัทรี)          ว่าไปหนอละว่าเน้อไปนุช  ทำไม่พี่พูดดอกน่า  พระเวชเอยละเน้อไปนาง  พ่อคิ้ว  โกงอะนางค์นุช  ทำไมพี่พูดอย่างนั้นหรือสมเด็จพระเจ้าพี่  จะหนีมัทสีไปไหน  ลาตัดลารอน  หนีพระอารอน  พระอาราม  นี้มัทสีนี้ทำให้พี่เคืองเรื่องอะไร  เคืองเรื่องอะไร  ลารุกลารานเหมือนเขมรเรียกช่าง  ระลาเรย  ตั่งแต่ก่อนหนอชะนัย  ไม่เห็นพี่ไป  นะทางอื่น  หรือรักพี่จาง  ไม่ยังไม่ยืนไม่พูดออก  ทั่งข้างทั้งเอว แต่ใจของนางแข่งดั่งศิลา  หรือพี่เห็นว่ามัทสีเลว  ไม่น่าเอาออกมาหยอกลงใน  ใจมัทสีเอย

(พระเวชสันดร)    หรือเห็นกำลังของพี่ลามัทสีก็อย่าว่า ดอกน่ามัทสีเอย พี่หลาย  พระบิดาท่านเนรเทศให้ออกจากเขตเวียงชัยเขาหาว่าตัวพี่เลว  มัทสีอย่าว่าพี่เลย  พี่บุญน้อยจะคอยได้อยู่อุ้มชู  มัทสีไอ้วันพรุ่งนี้  แล้วพี่จะไปแล้วคนดี นะมัทสีเอย  หลานแม่เคยเสียนซี  อาอย่า  หมองมนละคนหน่า  มัทสีเอยจะเห็นกันในวันสุดท้าย  ลูกหญิงลูกชาย  คนสุดท้องจะไม่ได้อยู่เลี้ยงดูน้อง  จะเดินเที่ยวจนสุดทาง  พ่อเขามาเนไล่พี่หนีวันพรุ่งนี้ต้องลานางอยู่เลี้ยงลูกน้อย  คอยก่อนเทิดเน้อแม่คิ้งละลางเน้อ

(มัทสี)   พระนางนั่งน้ำพระเนตรละเน้อ  ไหลหน้า  สุดชลละเน้อดอกน่าพระเวชเอย  พระพี่เอย….ละเน้อไหลหนอง จึงเอยคำถามไถ่ด้วยความสงสัยในใจน้องพี่ทำผิด  อะไรมาพระบิดาจึงไล่หนี  ว่าเหว่าส่วยมัทส่ง ปลาลงมัทไส  พี่ทำผิดชนิดใดจงรับสั่งกับนางมัทสี  สั่งกับนางมัทรีตอบดีมันส่าง จึงได้ตัดผมสั้น  มันเสย,  จะจากบุรีพรุ่งนี้มะรื่น  เด็กน้อยขึ้นกกมะรุมอย่าปิดบังให้นางกลุ้ม  หรือมีใครกับไหนมะเร็ง  ข้าวสารดีเขาสีออก  จงเล่าบอกมัทรีเองพอใบบุญ  เคยอุ่นอกนางมัทรีเอย

(พระเวชสันดร)    ไม่มีเรื่องอะไรมากมายดอกเน้อน้อง  มัทสี  จึงนึกตรึงตรอง  ดอกน่ามัทสีเอย  เอาเน้อนุช  คือพี่ทานช้างไปด้วยหัวใจบริสุทธิ์ คือเจ้าปัจจัยนาเคนมัทสีก็เห็นดอกเน้อนาง  ปิดน้ำเธอหวังทด  ท่านหวังอด  หวังทนเลยให้พราหมณ์  8  คน  มาขอทานระหว่างทาง  ขอทานระหว่างทาง  เนื้อย่างหวังเทือว่าพี่ก็มองหวังเชื่อ  หวังแถวพวกคนท่อยลอยกระทง  พูดก็หลง หลัดกะทูพ่อขับไล่ไม่ให้พี่อยู่ทั่วมลฑล ก็อึกกระทึก ตามป่าวงดงหลวง  ต้องเดินดวงเขาดงลึกพี่คนเลวต้องขออำลาไปตายในดงเลว

(มัทสี)   ก็น้องไม่พูดธุวาทล  ธุวาทวนอุปไมยคล้ายกับชี  ดอกน่าพระเวชเอยละเน้อธุระเถร โอนี้.พระพ่อไม่ไว้หน้าใคร  หยอนทานปัจจัยนาเคน ชาวบุรีมีภิโรจน์  เลยสั่งโปรดเนรเทศ  ได้คะหุนดาราหัน  พวกชาวบ้านระหงระเหง  จะหนีนำตำแหน่ง  ไปเกรดแกร  ระเหรระเห็ด  เกรดเกร  ระเหระเห็ด  ธุระฮ่วยธุราโหน  เรื่องเท่านี้ยังมีคนขอระอา,ข้ามัทสีจะขอตามเป็นคนนำเอยคนส่งขอรองบาตรพระหัสดงพ่อคนงามพ่อคนส่วยพระเวชสันดรจะไปได้จะไปไหนน้องไปด้วย จะข้ามสะโนน หรือโนนสันดงมัทรี จะไปดา

(พระเวชสันดร)  ชาวประชาเขาว่าพี่เลว  เขาก็ว่าพี่เลว ดอกหนามัทสีเอย พี่แหลก  บุญเหลือแม่เนื้อเย็นพี่จำเป็นต้องคิดแยก  กลัวมัทสีจะมีภัย  น้องอย่าไปกับพี่เลย  จักไปหรือจะอยู่คนเขารู้มันจะยาก  ถ้าเพื่อนหมู่รู้จัก  เดี่ยวฝูงชนคนจะเย้ย  ชนคนจะเย้ยน้องเอย คนจะหยาบมีแต่ทางเขาจะย้ำ จะยีดัด แรงเก่าต้องโกงไม่ต้องโกง  ต้องโกงไม่ต้องกีด  พี่ทำผิดต้องรับผิดมัทสีน้องไม่ต้องเกี่ยวเหมือนนาดอนมีคนดำพี่ขอรับกรรม  เพียงคนเดียวมัทสีหล่อนจะร้อนเดือดไปเลย  แม่คนดี

(มัทสี)            ก็ไม่ไปถูกละเน้อไปตองถ้าพระองค์ไม่ส่งน้อง….ดอกหนาพระเวชเอยละเน้อไปตาม  แล้วน้องจะอยู่ไปใยไม่อยากให้ใครเขาไปหยาบจะ ก่อไปให้รุ้งโรจน์แล้วจะกระโดนเข้าไปตายตาม  น้องมีผัวหวังพึ่ง  ผัวเยาว์ยอก  ตัวมายอม  ภรรยาสามี  พึ่งเหตุ  พึ่งภัยเหตุพึ่งภัยเมืองใหญ่พึ่งพันน้องก็หวังพึ่ง พึ่งพี่เป็นผัวทุกอะนาทอนเหมือนไม้ท่อน  น่าท่า ผัวลำบากเมียลำบากยามตกทุกข์อนาถา จะเดินดงไปคนเดียวไม่ให้เมียเกี่ยวสักคนด่าเห็นเขาพูดเดิม  มาคำเดียวฉันอายคนเด้อ

(พระเวชสันดร)    มัทสีคนงามเอย  คำพูด  อย่างงี้  ท่าจะไปกันกับพี่ดอกน่านางมัทสี เอย  จริงอย่างงั้น ไม่ด้วยร่างด้วยกายว่าทุกไหนทุกด้วยกันแต่กัณหาชาลีแล้วมัทสีจะว่าอย่างไงถ้าทรามวัยจะไปกับข้า  แม่น้ำพระยากาขาว  กัณหา  ชาลี  นั้นหลา  สองคนจะอยู่กับใคร มัทสีจะไปกันกะข้าอุปมาเหมือนพ่อตาหน้า  โยกาเขย  พี่ทำผิดต้องรับผิดไม่รับผิดรังพิ่งแสนเป็นทุกกับลูก

ของเอง  รับเหตุรับภัย  ไม่กำล่องกำลอย  แม่สายสร้อยกำไล  อายุยังน้อยอย่าพลอยให้ลูกมารับกรรมเลย

(มัทสี)   ประชาชาติราษฏร  เขาก็ไม่พูดดีกับกระหม่อนฉัน มัทสี

ดอกน่าพระองค์เอย  พระพี่เอยกลัวเขาพูดเดิม  มารักผัวแต่ยามสุข  พอผัวทุกข์….ก็ทิ้งเมิ้ง  มัทสีทำไปไม่ได้ดอก  กลัวคนข้างนอกเขาพูดเดิม  ตะเกียงแจ้งรักจุดต้องรักพูดรักจัดจะเขาเรื่องจะเขาตำราพอผัวจนก็รักจาง  จนก็รักจาง  รักจนรักโจ้ มิใช่ว่ารักสอน รักจ้อย  แม่กัณหาชาลี  ต่อมัทสีจะตามชะลอต้องตามไปรับใช้พระพ่อฟังมัทสีนี้เฉลย  ไม่ปล่อยให้ลูกเขาให้เจ้าเมืองท่านคุ่นเคือง  ในตาเลยจะตามเสด็จพระเวชนี้แล้วพ่อแก้วตา ลอย

(พระมารดา)  โอ.เมื่อฟังทำไทถี  ยังต้องทักมิใช่ว่าจะต้องหลักเอยต้องทาน  ลูกก็สร้างแต่ทางประโยชน์  ใจกำหนดมหาทานพ่อตาดำทรามเชย  ไม่ควรเลยมาต้องโทษ  มันเคืองกันเคืองกันสมวาเคืองกีดทำไม  เหล่าชาวบุรีมาหาเรื่องโกรธ  เรื่องเคืองโกรธ  หนอกรรมยังมาเคืองกีด  เคืองกัน  เขาหนีร้อนมาพึงเย็น  ใครได้เห็น  ก็พึงย้อนปวดหัวตัวร้อน  ได้พึงหว่านพึงยา  ก็ช้างตัวนี้มันเป็นของลูกเคยพันผูกแต่ไรมาจะยกให้ใคร  มันชิปหายชาวเมืองเรื่องอะไร….มัน 

(มารดา) ลูกฉันดีแสนดียังมามีคนด่าจักว่าพวก ปากปลาร้า  ดอกนางามเอย  คนใด  มันสอพลอกะลอแต่กมายุแหย่  ใส่ร้ายให้พระเวชสันดร  ให้เดือดร้อนไปคนเดียว  ด้วยบุญญาปาระมี  ช้างตัวนี้ยังมาเกิดจะยกให้ใครก็ยกไปเถิดทำไมว่ายังมาเกี่ยว  กลัดกลุ้มคุ้นกพระกร  เอาลูกของเขาเข้ามากด  มากุ้มว่าเจ้าเอยหนอเจ้าเวช  เขาเนรเทศจากเจ้าเวียง  เคยทานให้เหล่าเจ้าชาวเมือง  ให้มันสร้างบุญที่เจ้าหวัง  เคยทานข้าว  ทานน้ำ  แม่เคยนำลูกท่านั่งจะคอยดูที่ว่าจะมีหน้าไหน  มาให้ทานหนอ……

(พระมารดา)  ก็ลูกของกูช่างใจดีเกิน  มันยังทำดีเขิน  ดอกนางามเอย  ดีเกิน  พ่อเขาไล่ลูกหนีเขาไม่ปราณีลูกเน้อ  แล้วแม่จะอยู่ไปทำไม  แม่ขอตายซะดีกว่า  ลูกกูไม่ผิดยังว่าผิด  มันยังคิดว่าเพิ่มมาสมมุติ  พูดเดิมว่าพันพัว  พัวว่าพ่อ  สมเด็จพระเจ้าพ่อ  แล้วแม่ยอมว่าเปิด  ว่าเผย ว่าลูกอย่าหน่ายธุราณีกล้วยตานี 

ธุราหนอแม่จะไปเผ้าพระเจ้าพ่อไปดูหน้าพวกวาระแน เผ่าผีมอญยังเป็นเพื่อนแม้นเข้าจะเห็นความเป็นแม่ได้ข้าวมูลจากสับ..มา

                             (พูดถึงประวัติของผู้เขียน)

(กษัตริย์)               โอเอยเจ้าเมาละเนอเจ้ามัว  จะรับจุดสุมดตั้งเอย….เป็นเจ้าเมือง  ทั้งท้องนา  ท้องไร่  สมมุติไปตามท้องเรื่อง  เป็นกษัตริย์สวยสุขเป็นเจ้าผูกเจ้ามัท วันที่ : 24 พ.ย. 2554,12:03   เข้าชม 889 ครั้ง

โพสโดย : rueng

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ เฉพาะไฟล์ .jpg หรือ .gif เท่านั้น ขนาดไฟล์ควรไม่เกิน 200 kb.
Emotion ใช้เมาส์ลากที่รูป Emotion ใส่ในช่องข้อความ


เฉพาะสมาชิกเท่านั้น !

Copyright @ 2011 วัดบ้านตะโคง
ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
โทรศัพท์ 089-4849570 e-mail : ru-e@windowslive .com