ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก |  ลืมรหัสผ่าน
หน้าหลัก
ประวัติวัด
ทำเนียบเจ้าอาวาส
ประวัติเจ้าอาวาส
กฏระเบียบของวัด
ประวัติหมู่บ้าน
วัดในเขตอำเภอบ้านด่าน
ประมวลภาพกิจกรรม
ธรรมะออนไลน์
นิทานธรรมะ
ภาพพุทธประวัติ
กำลังใจชีวิต
วาทศิลป์
บทแหล่
เทศนาวาไรตี้
ดาวน์โหลด
ภาพอสุภะ
ร้อยรส บทกลอน
คลิปวีดีโอทั่วไป
กระดานสนทนา
ติดต่อเรา

ออนไลน์ 10คน
ผู้ชมวันนี้796คน
ผู้ชมเมื่อวาน1234คน
ผู้ชมเดือนนี้33047คน
ผู้ชมเดือนก่อน29978คน
ผู้ชมทั้งสิ้น1021988คน


   วิทยบริการ
ประเพณีกวนข้าวทิพย์

ประเพณีกวนข้าวทิพย์

ประวัติความเป็นมา

ประเพณีกวนข้าวทิพย์ เป็นพิธีกรรมของศาสนา พราหมณ์ที่มีสอดแทรกเข้ามาปะปนในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ และบูชาพระรัตนตรัยอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ผู้ตาย

ประเพณีกวนข้าวทิพย์ เป็นพระราชพิธีที่กระทำกันในเดือน ๑๐ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี และได้รับการฟื้นฟูครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ และมาละเว้นเลิกรา ไปในสมัยรัชกาล ที่ ๒ และรัชกาลที่ ๓ แล้วมาได้รับการฟื้นฟู อีกครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา แต่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะจัดกันในเดือน ๑๒ บางแห่งก็เดือนหนึ่ง ซึ่งคงจะถือเอาระยะที่ข้าวกล้า ในท้องนามีรวงขาวเป็นน้ำนม ของแต่ละปี และชาวบ้านก็มีความพร้อมเพรียงกัน

ในจังหวัดสิงห์บุรีบริเวณที่ยังคงรักษาประเพณีกวน ข้าวทิพย์ มีเหลืออยู่เพียง ๓ หมู่บ้าน คือหมู่บ้านพัฒนา โภคาภิวัฒน์ หมู่บ้านวัดกุฎีทอง หมู่บ้านในอำเภอพรหมบุรี ยังคงรูปเค้าโครง ของการรักษาประเพณี และมีความเชื่อถือ อย่างมั่นคง เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งแฝงด้วยจริยธรรมและคติธรรมอยู่มาก ที่สมควรนำมากล่าวถึงคือ ความพร้อมเพรียงของ ชาวบ้านทั้งที่ทำนา และไม่ได้ทำนาถึงเวลาก็มาร่วมจัดทำและ ช่วยเหลือโดยยึดถือ ความสามัคคีเป็นหลัก

พิธีกรรม สิ่งของเครื่องปรุงข้าวทิพย์ ได้เลือก คงไว้ ๙ สิ่ง คือ ถั่ว , งา , นม , น้ำตาล , น้ำผึ้ง , น้ำอ้อย เนย และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าว

การจัดพิธีกรรม ยังคงรักษารูปเดิมไว้ โดยมีพราหมณ์ เข้าพิธี มีสาวพรหมจารีซึ่งจะพิถีพิถันคัดเลือกจากหญิงสาว ที่ยังไม่มีดอกไม้ (ระดู) ด้วยต้องการบริสุทธิ์สำหรับสาว พรหมจารีที่จะเข้าร่วมพิธี ต้องสมาทานศีล ๘ และต้องถือ ปฏิบัติตามองค์ศีลอย่างมั่นคง แม้ที่พักก็จัดให้อยู่ส่วนหนึ่ง จนกระทั่งถึงเวลาถวายข้าวทิพย์แก่ พระสงฆ์ ในตอนเช้าจึง จะหมดหน้าที่

ความเชื่อ ข้าวทิพย์เป็นอาหารที่รวมโอชารสต่าง ๆ ไว้พร้อม บริโภคแล้วจะได้รับประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ตามหลักโภชนาการสมกับเป็นข้าวทิพย์ รวมเอนกรส ยากที่จะทำขึ้นบริโภคได้ เมื่อผู้ใดได้บริโภคแล้วจะทำให้มีกำลังแข็งแรง มีคุณค่าอาหาร คงอยู่ในตัวได้นานพิจารณาแล้ว จะเป็นทางสนับสนุนข้าวทิพย์ของนางสุชาดา ที่นำไปถวายพระพุทธเจ้า ในวันตรัสรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

กวนข้าวทิพย์" พุทธประเพณีโบราณ

**********
         “ข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาส” คือข้าวที่นางสุชาดานำมาถวายพระพุทธเจ้าหลังทรงเลิกบำเพ็ญทุกข์กิริยา ก่อนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ตามพุทธประเพณีโบราณ การกวนข้าวทิพย์” ล้วนมีองค์ประกอบและขั้นตอนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการกำหนดให้คนกวนต้องเป็นสาวพรมจรรย์ 3 คนที่เป็นลูกคนหัวปี คนกลาง และคนสุดท้อง ขณะที่ภายในมณฑลพิธียังมีข้อห้ามอีกหลายประการ อาทิ ห้ามดื่มสุรา ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามสวมรองเท้า ห้ามผู้มีโรคสังคมรังเกียจและห้ามหญิงมีประจำเดือนหรือมีครรภ์เข้าไปอย่างเด็ดขาด ขณะที่ตลอดช่วงเวลาของการทำพิธีจะต้องมีการบวงสรวงลงเลขยันต์ทุกขั้นตอน  กรรมวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้พิธีกวนข้าวทิพย์” เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และเชื่อกันว่าหากได้นำข้าวทิพย์ไปรับประทานหรือบูชา ย่อมเกิดมงคลต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่งแม้จะเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ขั้นตอน และกระบวนการสรรหาคนมากวนที่ยุ่งยาก ทำให้ประเพณีกวนข้าวทิพย์ ค่อย ๆ หายไป..
         
เพื่อเป็นการฟื้นฟู และรักษาประเพณีกวนข้าวทิพย์ โครงการวิจัย  “การสืบค้นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เจ้าพ่อขุนตาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนบ้านห้างฉัตร จังหวัดลำปางภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานภาค ได้ร่วมสืบสานพุทธประเพณีโบราณด้วยการจัดพิธีกวนข้าวทิพย์ขึ้น ณ วัดห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อที่จะช่วยหลอมรวมใจของพุทธศาสนิกชนให้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีโบราณ
         
พิธีกวนข้าวทิพย์ ต้องมีการตระเตรียมข้าวของต่าง ๆ จำนวนมาก อาทิ นม เนย ข้าวตอก น้ำนม น้ำอ้อย น้ำผึ้ง มะพร้าว งา ถั่วต่าง  ซึ่งก่อนการทำพิธีได้ทำการแบ่งเป็นประเภทของวัตถุดิบที่จะนำมากวนไว้เช่น...
         
ประเภทข้าว ประกอบด้วย ข้าวเหนียว ข้าวก่ำ สาคู ข้าวเม่า ขนมปัง ประเภทถั่ว ได้แก่ ถั่วต่าง ๆ  เมล็ดบัว ลูกเดือย ประเภทงา ได้แก่ งาดำ งาขาว งาหอม ประเภทน้ำหอม น้ำหวาน ได้แก่ น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำตาล นม น้ำมะพร้าว น้ำใบเตย น้ำดอกมะลิประเภทผลไม้ ได้แก่ ผลไม้ตามฤดูกาลที่นำมาถวาย ประเภทหัวมัน ได้แก่ เผือก มัน หัวกลอย มะพร้าว เป็นต้นหลังจากแบ่งประเภทสิ่งของที่จะใช้กวนข้าวทิพย์ ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนมาทำบุญ และให้นำสิ่งของที่กล่าวมาข้างต้นมารวมกันที่วัดตามกำลังศรัทธา ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนให้ความสนใจนำสิ่งของทยอยมารวมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
         
และเมื่อถึงช่วงสาย ๆ ของวันทำพิธี ผู้คนจะมารวมกันที่วัดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งผู้สูงอายุ คนหนุ่ม คนสาว หอบลูกจูงหลานเพื่อร่วมทำบุญในพิธีกวนข้าวทิพย์ครั้งนี้ ต่างคนต่างตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้คนละไม้ละมือ บางคนก็ทยอยเดินเข้าวัดพร้อมด้วยถุงใบใหญ่พกพาสิ่งของที่จะใช้สำหรับกวนข้าวทิพย์ จากนั้นจัดแจงแบ่งประเภทให้ได้ตามสัดส่วนที่พอดี ระหว่างนั้น ... ผู้สูงอายุชายกลุ่มหนึ่งก็เตรียมแท่นพิธีเพื่อบูชาท้าวจตุโลกบาล อันเป็นหัวหน้าเทวดาในชั้นจาตุมหาราช รักษาโลกในทิศทั้ง 4 ส่วนฝ่ายหญิงก็จัดเตรียมเครื่อง 4 จัดแจงใส่ภาชนะรูปสี่เหลี่ยมที่ทำจากกาบกล้วยที่เรียกว่า สะตวง” จำนวน 5 อัน และขนาดใหญ่จำนวน 1 อัน
สำหรับ ส่วนประกอบของเครื่อง 4 คุณยายต่อมแก้ว วังปา ที่หอบเอาหลานชายคือเด็กชายณัฐพล สมยา ที่มีความรู้เรื่องเครื่อง 4 เป็นอย่างดี สองยายหลายช่วยกันตรียมเครื่องหลานชายจะและช่วยคุณยายเก็บรายละเอียดในส่วนที่คุณยายลืม
         
ส่วนคนอื่น ๆ บ้างก็คั่วงา นึ่งข้าว ทำกระธง ขูดมะพร้าว นึ่งถั่ว นึ่งมัน ปอกผลไม้ และอีกสารพัดเพื่อจัดแจงข้าวของให้ทันก่อนเวลาทำพิธีกรรม ทุกอย่างจัดไว้อย่างละ 4 สำรับ และวางไว้ 4 มุมในพื้นที่ที่จะเตรียมกวนข้าวทิพย์ ซึ่งล้อมรอบไปด้วยไม้ไผ่สานขัดกันไปมา ที่เรียกว่า ขัดราชวัตร
         
ระหว่างนั้นกลุ่มเด็กหนุ่มสาว ที่ถูกเลือกให้มากวนข้าวทิพย์ต่างก็เดินทยอยกันเข้ามาในบริเวณพิธี เด็กกลุ่มนี้ถูกคัดเลือกจากเด็กในหมู่บ้านจำนวน 16 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 8 คน ในจำนวนนั้นมี น้องทรายหนึ่งในทีมกวนข้าวทิพย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนปรุงเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า....
         “
เคยร่วมในงานกวนข้าวทิพย์ที่วัดดอยแก้วจังหวัดลำพูน แต่แตกต่างกันตรงที่พิธีกรรมทางโน้นจะทำในตอนเที่ยงคืน ต้องรับศีล 3 วัน 3 คืน พอที่นี้กวนกลางวันก็รู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่เข้าใจว่าครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูประเพณีครั้งแรก คงต้องการให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วม ในส่วนตัวแล้วรู้สึกดีใจที่ได้เป็นตัวแทนที่เข้าร่วมในพิธีกรรมครั้งนี้ ได้บุญด้วย
ส่วนอีกคนคือน้องโจ้ ทำหน้าที่เป็นคนกวน...
         “
รู้สึกภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือก ผู้ใหญ่คงเห็นว่าเรามีความสามารถมีคุณสมบัติที่ดี ผมมองว่าประเพณีอย่างนี้น่าจะมีการสืบทอด และไม่ควรละเลย ยิ่งเฉพาะในหมู่วัยรุ่น นี่จึงทำให้ผมตัดสินใจเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้
กระทั่งเวลาประมาณ 11.39 น. เสียงฆ้องก็ดังขึ้น อันเป็นสัญญาณบอกถึงพิธีกรรมใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว....
         
ก่อนเริ่มต้นพิธีกรรมทางศาสนา จะมีพิธี “ขึ้นท้าวทั้ง 4” โดยเฉพาะตามตำรารามัญ (มอญ) ที่ต้องประกอบพิธีอัญเชิญมหาบารมีพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พรหม เทวดา ครูบาอาจารย์ทั้งหมด แม้กระทั่งสวรรค์ชั้นดุสิต ที่เป็นพระโพธิสัตว์ รอเสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป เพื่อบรรจุพุทธานุภาพในข้าวทิพย์ ที่จะประกอบพิธีกวนในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้รับประทานเข้าไปแล้ว มีจิตใจโน้ม ไปหาแสงสว่างแห่งธรรมะ ปัญญาเกิด ทุกข์โศกโรคภัยมลายหายไปหมดสิ้น
         
ส่วนพิธีกรรมทางศาสนาเริ่มขึ้นโดยพระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธี บูชาพระรัตนตรัย รับศีล 5 กลุ่มเด็กที่ทำหน้าที่กวนต้องเข้าร่วมในพิธีกรรมนี้ด้วย สังเกตเห็นได้ว่าหลังจากรับศีลแล้วจะมีการบริกรรมคาถา เจิมหน้าผากและไม้พายสำหรับกวน เด็กชายหญิงจะเหน็บช่อใบขนุนและใบมะตูมที่หู เป็นอันเสร็จพิธีกรรมทางศาสนา
เด็ก ๆ ประจำอยู่ที่หม้อกวน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน จากนั้นพระสงฆ์ก็ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์เป็นจุดเริ่มต้นของพิธีกวนข้าวทิพย์ คนปรุงที่เป็นผู้หญิงเทเครื่องกวนลงไปทีละอย่าง เริ่มจากน้ำใบเตย น้ำมะพร้าว น้ำดอกไม้หอม จากนั้นก็ทยอยเทเครื่องกวนที่กล่าวมาข้างลงไป
         
ระหว่างกวนข้าวทิพย์ ผู้คนต่างมายืนมุงดู ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนยกมือไหว้ท้วมหัวขอกุศลผลบุญครั้งนี้ช่วยคุ้มครองครอบครัว บ้างก็ตื้นตันเพราะประเพณีโบราณอย่างนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก
         
บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความสุขของผู้คนที่อิ่มบุญมีทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มสาว เด็กตัวเล็ก ซึ่งเป็นไปความคาดหวังของทีมนักวิจัยประวัติศาสตร์ฯ ห้างฉัตร หรือไม่ก็คงเป็นผลตามอานิสงส์การฟื้นฟูวัฒนธรรมพุทธประเพณี กวนข้าวทิพย์ที่อยากให้กิจกรรมเหล่านี้หลอมรวมจิตใจคนในหมู่บ้าน ให้เกิดความสามัคคี เสียสละ แบ่งปัน เอื้ออาทร ผู้เฒ่าผู้แก่มีโอกาสถ่ายทอดความรู้แก่เด็ก บอกสอนอย่างรักใคร่ เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจที่ความรู้และวิธีการถูกถ่ายทอดผ่านระบบคุณค่าศาสนาในพุทธพิธีอย่างแนบเนียน

         
แม้พิธีการกวนข้าวทิพย์ จะมีความยุ่งยาก และใช้ปัจจัยจำนวนมาก แต่ทุกคนก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ให้เป็นไปตามตำราทุกประการ โดยมิได้หวังผลตอบแทนใด ๆ เพียงเพื่อให้ทุกคนได้รับประทานข้าวทิพย์และสืบสานประเพณีโบราณ ประสบแต่ความสุข Word Document Download   size 58 KB

วันที่ : 07 ธ.ค. 2554,06:06   เข้าชม 1224 ครั้ง
โพสโดย : rueng

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ เฉพาะไฟล์ .jpg หรือ .gif เท่านั้น ขนาดไฟล์ควรไม่เกิน 200 kb.
Emotion ใช้เมาส์ลากที่รูป Emotion ใส่ในช่องข้อความ


เฉพาะสมาชิกเท่านั้น !

Copyright @ 2011 วัดบ้านตะโคง
ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
โทรศัพท์ 089-4849570 e-mail : ru-e@windowslive .com